สารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่
รอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560
ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 (เนื่องจากบริษัทได้
เปลี่ยนแปลงรอบปีบัญชีในปี 2560) บริษัทมีรายได้
รวม 13,741.3 ล้านบาท
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)
สำหรับผลการดำเนินงาน ของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2560 (เนื่องจากบริษัทได้เปลี่ยนแปลงรอบปีบัญชีในปี 2560) บริษัทมีรายได้รวม 13,741.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,122.0 ล้านบาท หรือมีการเติบโต 9% โดยมีรายได้หลักมาจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 11,026.8 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของรายได้รวม รายได้จากธุรกิจสังกะสีออกไซด์ 1,161.3 ล้านบาท คิดเป็น 8% ของรายได้รวม โดยส่วนที่เหลืออีก 12% ของรายได้มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ธุรกิจโรงแรมและอื่น ๆ ส่งผลให้บริษัทมีผลกำไรสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 จำนวน 1,472.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 162.3 ล้านบาท หรือมีการเติบโต 12% ในส่วนของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวน 11,026.8 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 8,069.8 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม ของบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ “GRAND UNITY” จำนวน 2,957.0 ล้านบาท โดยมียอดขายรอโอน (Backlog) รวม 4,651.1 ล้านบาท แบ่งเป็น Backlog ของโครงการแนวราบ จำนวน 4,054.3 ล้านบาท และจากโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 596.8 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีหน้าเป็นต้นไป นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทสามารถจัดหาที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าในระยะทางไม่เกิน 300 เมตร ตามแผนการจัดหาที่ดินที่ตั้งงบประมาณไว้ 2,700 ล้านบาท
ในช่วงต้นปี 2561 บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้ GRAND UNITY จำนวน 4-5 โครงการ มูลค่าโครงการไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีที่ดินพร้อมพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม สูงเกิน 8 ชั้น (High Rise) แล้ว 4 แปลง ประกอบด้วย
โครงการจรัญสนิทวงศ์ 81 โครงการศรีปทุม โครงการจตุจักร 2 และโครงการพหลโยธิน 30 ส่วนอีก 1 แห่ง อยู่ระหว่างการจัดซื้อเพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมไม่เกิน 8 ชั้น (Low Rise) และในปี 2561 บริษัทได้ตั้งงบลงทุนสำหรับซื้อที่ดินไว้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้าน สำหรับใช้ในการซื้อที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าเพื่อรองรับโครงการใหม่ที่จะเปิดในปี 2562 เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ ที่มีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคยังมีอยู่ อีกทั้งยังตรงกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยในปี 2561 บริษัทได้ทำการปรับ Branding ของกลุ่มคอนโดมิเนียม GRAND UNITY ซึ่งนอกจากจะโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งแล้วยังความโดดเด่นในด้านงานออกแบบและนวัตกรรม เพื่อทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิต
บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทสามารถเพิ่มมูลค่าและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทในระยะยาว ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินงานบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทำให้ในปี 2560 บริษัทได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในเกณฑ์ “ดีเลิศ” หรือสัญลักษณ์ “5 ดาว” ติดต่อกันเป็นปีที่สอง และได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญ
ผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน ในเกณฑ์
“ดีเยี่ยม” ซึ่งเป็นการได้รับคะแนนเต็ม 100 คะแนนติดต่อกัน 7 ปีต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554-2560
ในส่วนของความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการที่ส่งผลกระทบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ได้เริ่มจัดทำห้องน้ำสำเร็จรูปโครงการ เพื่อลดระยะการทำงานในช่วงเวลาก่อสร้าง เช่น การก่อ ฉาบ งานท่อประปา และสายไฟ ลดผลกระทบในเรื่องเสียงและฝุ่นที่อาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านโดยรอบโครงการ รวมทั้งลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองที่เกิดจากงานก่อสร้างห้องน้ำ และลดพื้นที่ในการจัดเก็บกองวัสดุ นอกจากนี้ บริษัท ไทย-ไลซาท จำกัด ในการจัดทำโครงการ CONTINUOUS FURNACE (AUTO PUSHER) โดยการนำความร้อนที่เหลือจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการใช้ก๊าซธรรมชาติและลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้
ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สร้างจิตสำนึก ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมนอกกระบวนการ ผ่านกิจกรรมของบริษัท เช่น จัดกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนเพื่อปลูกฝังให้พนักงานทุกคนรวมถึงบุคคลภายนอกได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนร่วมในการดูแลและรักษาไว้ร่วมกัน การมอบเงินสนับสนุนและจัดส่งพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED THAILAND เพื่อสร้างอนาคตที่เข้มแข็งให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลบนโลกผ่านกระบวนการ สิ่งแวดล้อมศึกษาและการบูรณาการสาระการเรียนรู้ด้วยธรรมชาติให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่
ความสำเร็จของบริษัทในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากความวิริยอุตสาหะ และการสนับสนุนอย่างดีของผู้บริหาร พนักงาน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ผมขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจสนับสนุน ตลอดระยะเวลาการบริหารงานที่ผ่านมาและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีเช่นนี้ต่อไป เพื่อให้เราสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายในการเป็นบริษัทชั้นนำด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างเหมาะสมและเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
(นายวรวรรต ศรีสอ้าน)
กรรมการผู้จัดการใหญ่